เรื่องควรรู้ของการเตรียมเอกสารการโอนอสังหา ผู้ซื้อ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง เพราะเมื่อทำการตกลงซื้อขายกันแล้ว พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารโฉนดเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายคือผู้ซื้อและผู้ขายจะมีการนัดกันไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อทำเรื่องการโอนที่ดินให้กันต่อไป ทั้งนี้การไปที่สำนักงานที่ดินจะต้อเตรียมเอกสารให้พร้อมทั้ง 2 ฝ่าย โดยเอกสารที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายควรมีติดตัวมาคือ

  • โฉนดที่ดินตัวจริง
  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา อย่างละ 1 ชุด
  • ใบเปลี่ยนชื่อและนามสกุล (ถ้ามี)
  • หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เจ้าของที่ดินมาเองไม่ได้
  • ใบอนุญาตให้ซื้อขายในกรณีมีผู้แทน
  • ใบทะเบียนสมรสและเอกสารของคู่สมรสพร้อมสำเนา ในกรณีที่สมรสแล้ว

เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วก็ให้นัดเจอกันที่สำนักงานที่ดินได้เลยทันที เพื่อที่จะเริ่มขั้นตอนการโอนอสังหาซื้อขาย โดยเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำเรื่องโอนจนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งการโอนอสังหาริมทรัพย์หรือที่ดินนี้ ยังสามารถที่จะโอนอสังหาให้ทายาทในรูปแบบของการโอนอสังหา มรดกที่เป็นการระบุผ่านพินัยกรรม ซึ่งการส่งมอบทรัพย์สินในรูปแบบนี้ จะต่างไปจากการโอนเพื่อการซื้อขาย เพราะต้องมีการตรวจสอบเอกสารความเป็นทายาทเพิ่มเติม โดยที่ผู้เป็นบุตรแต่บิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง ก็ต้องมีใบรับรองบุตรมายืนยันเพื่อรับมรดกที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างไป แต่ถ้าเป็นลูกบุญธรรมก็ต้องมีเอกสารยืนยังการจดทะเบียนเป็นลูกบุญธรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อเอกสารโอนอสังหาให้ลูก และเอกสารส่วนตัวของผู้รับมาครบก็ให้นำไปยื่นที่สำนักงานที่ดินและรอการตรวจสอบอีกครั้ง จากนั้นก็รอการปิดประกาศอีก 60 วันก็ถือว่าเป็นอันเสร็จสิ้นในเรื่องของการโอนมรดก

การโอนอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทยังต้องผ่านการเสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในผู้ที่ทำการซื้อขายกันจะต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้องกับสรรพากร แต่ถ้ารูปแบบการส่งมอบนั้นเป็นการส่งต่อให้ลูกหลานก็จะไม่ต้องเสียภาษี เพียงแต่จะต้องเสียเป็นค่าใช้จ่ายในการโอน สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีที่ดินในการโอนเพื่อซื้อขายจะเสียอยู่ที่ประมาณ 2% ของราคาที่ขายได้พร้อมค่าโอนที่สำนักงานที่ดิน นอกจานี้การโอนอสังหาใด ๆ ก็แล้วแต่ให้กับลูกหลานนั้นจะเสียค่าโอนที่ถูกลงอย่างมากถ้าทำเป็นพินัยกรรมแล้วผู้ให้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ถ้าทำการโอนให้แก่ลูกหลานทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะต้องเสียเงินค่าโอนที่มากกว่าแต่ก็ไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด

Facebook Comments